Category Archives: Knowledge Management

กิจกรรมการประชุมแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM) คณะนิเทศศาสตร์ ด้านการเรียนการสอน หัวข้อ “การใช้ระบบ E-Learning เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนด้านนิเทศศาสตร์” ปีการศึกษา 2560 ณ ห้องประชุมคณะนิเทศศาสตร์ ชั้น 11 ร่มเกล้า ระหว่างเดือน กันยายน 2560-มกราคม 2561

ปีการศึกษา 2560 คณะนิเทศศาสตร์ ได้จัดประชุมแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการเรียนการสอนเป็นจำนวน 3 ครั้ง เรื่อง “การใช้ระบบ E-Learning เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนด้านนิเทศศาสตร์” โดยเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยบกับการเรียนการสอนด้านนิเทศศาสตร์ในรูปแบบของ E-Learning ที่ใช้ในรายวิชาต่างๆ ในคณะนิเทศศาสตร์  เช่น การใช้ Google Forms กรณีทำแบบทดสอบออนไลน์ก่อน / หลังเรียนเพื่อวัดผลและความเข้าใจในเนื้อหาบทเรียน การใช้ Google Class room สั่งงานนักศึกษา และอาจารย์สามารถตรวจงานและส่งกลับให้นักศึกษาแก้ไข โดยอาจารย์ต้องเป็นผู้อนุญาตจากระบบให้นักศึกษาสามารถรับงานกลับไปแก้ไข Facebook หรือ Line  เป็นต้น โดยมีการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการสนับสนุนการสอนนั้นมีมากมาย และอาจารย์ผู้สอนเลือกให้เหมาะสมกับรายวิชาเพื่อจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยมีวิทยากรร่วมแบ่งปันความรู้ ซึ่งเป็นอาจารย์ในคณะที่ได้ไปอบรมหัวข้อนี้ และใช้ E-Learning เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนในรายวิชาที่รับผิดชอบในปีการศึกษา 2559 จนถึงปัจจุบันอย่างได้ผล อาทิ ดร.รจนา พึ่งสุข อ.เมธาพร ดอนจันทร์ ดร.กอปรพงษ์ กุณฑียะ

 

สรุปผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการเรียนการสอน/การผลิตบัณฑิต เรื่อง “การใช้ระบบ E-Learning เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนด้านนิเทศศาสตร์” เป็นความรู้ที่นำไปใช้เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนด้านนิเทศศาสตร์ได้ดังนี้

  1. รูปแบบของ E-Learning ที่ใช้ในรายวิชาต่างๆ ในคณะนิเทศศาสตร์สามารถนำมาใช้ได้หลายรูปแบบ อาทิ Padlet (https://padlet.com), Kahoot (https://kahoot.com), Powtoon (https://powtoon.com), Google Forms, Class Dojo, Vimeo และ Youtube, Facebook , Line
  2. Google Forms ใช้กรณีทำแบบทดสอบออนไลน์ก่อน / หลัง เรียนเพื่อวัดผลและความเข้าใจในเนื้อหาบทเรียน
  3. Google Class room ใช้สั่งงานนักศึกษา และอาจารย์สามารถตรวจงานและส่งกลับให้นักศึกษาแก้ไข โดยอาจารย์ต้องเป็นผู้อนุญาตจากระบบให้นักศึกษาสามารถรับงานกลับไปแก้ไข การใช้ระบบนี้เป็นการวัดความรับผิดชอบของนักศึกษาและเป็นการพัฒนานักศึกษาใช้เทคโนโลยีในการทำงานให้เป็นประโยชน์ นอกจากนี้ยังเป็นการฝึกระเบียบวินัยทางอ้อมให้กับกันนักศึกษาได้อีกด้วย และระบบนี้เป็นตัวช่วยในการนำเอกสารประกอบการสอนไปแปะไว้ เพื่อให้นักศึกษาเข้ามาโหลดและนำไปอ่านทบทวนได้ตลอดเวลา
  4. Facebook หรือ Line ใช้เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารระหว่างอาจารย์ผู้สอนกับนักศึกษา
  5. Kahoot ใช้ในการออกแบบแบบทดสอบก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน ใช้การตอบคำถามเพื่อวัดความพร้อมและความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับรายวิชา
  6. Padlet ใช้เป็นช่องทางให้นักศึกษาเข้าไปศึกษาข้อมูลเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียน หรือใช้เพื่อทบทวนเนื้อหาหลังเข้าเรียน และเตรียมความพร้อมก่อนสอบ
  7. Padlet ใช้เพื่อนำข้อมูลเนื้อหา ภาพถ่าย คลิปวิดีโอ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับรายวิชาให้นักศึกษาได้เข้าไปศึกษาได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกห้องเรียน
  8. Social Network ประเภทอื่นๆ ใช้เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารระหว่างอาจารย์ผู้สอนกับนักศึกษา
  9. Class Dojo ใช้เพื่อบันทึกผลการเข้าเรียนและพฤติกรรมต่าง ๆ ของนักศึกษา
  10. Powtoon (https://powtoon.com) ใช้เพื่อออกแบบ Clip VDO สั้นๆ นำเสนอข้อมูลหรือเนื้อหาในรายวิชาให้มีความน่าสนใจ และสามารถดึงความสนใจให้ผู้เรียนได้มากกว่าการนำเสนอในรูปแบบของ PowerPoint เมื่อออกแบบในเว็บไซต์เสร็จสมบูรณ์ผู้ใช้งานสามารถอัพโหลดไฟล์เพื่อเผยแพร่โดยเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ Youtube ทั้งนี้ผู้ใช้งานสารมารถนำลิงค์ของไฟล์ที่อัพโหลดใน Youtube ไปเผยแพร่เชื่อมโยงกับ เว็บไซต์ Padlet Facebook Twitter ฯลฯ
  11. Vimeo และ Youtube เนื่องจากสาขาวิชาสื่อสารการแสดงร่วมสมัยมีการเรียนการสอนที่เน้นการให้นักศึกษาดูผลงานประเภทต่างๆตามสื่อออนไลน์ ทั้งสองเว็บนี้จึงเป็นตัวช่วยอย่างมากทั้งในการหาข้อมูลและการอัพโหลดข้อมูลเพื่อส่งงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
  12. ข้อดีของการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการสนับสนุนการสอนนั้นมีมากมายแต่อาจารย์ผู้สอนก็ต้องเลือกให้เหมาะสมกับรายวิชา เพราะบางรายวิชาก็ไม่สามารใช่กับสื่ออนไลน์บางรูปแบบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

กิจกรรมการประชุมแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM) คณะนิเทศศาสตร์ ด้านการวิจัย หัวข้อ “จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ สำหรับงานวิจัยทางนิเทศศาสตร์”” ปีการศึกษา 2560 ณ ห้องประชุมคณะนิเทศศาสตร์ ชั้น 11 ร่มเกล้า ระหว่างเดือน กันยายน 2560-มกราคม 2561

ปีการศึกษา 2560 คณะนิเทศศาสตร์จัดกิจกรรมการประชุมแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM) ด้านการวิจัย หัวข้อ “จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ สำหรับงานวิจัยทางนิเทศศาสตร์” ปีการศึกษา 2560 ณ ห้องประชุมคณะนิเทศศาสตร์ ชั้น 11 ร่มเกล้า ระหว่างเดือน กันยายน 2560-มกราคม 2561 สำหรับหัวข้อที่เป็นประเด็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการวิจัย คณะกรรมการและบุคลากรในคณะเห็นชอบร่วมกันว่าควรเป็นหัวข้อ “จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ สำหรับงานวิจัยทางนิเทศศาสตร์” โดยมี ดร.นิติบดี เจริญสุข รองผู้อำนวยการสำนักวิจัย มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เป็นผู้แบ่งปันความรู้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่สถาบันวิจัยและแหล่งทุนวิจัยทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติให้ความสำคัญมากขึ้น อีกทั้งการวิจัยและผลิตงานสร้างสรรค์ทางนิเทศศาสตร์มีความเกี่ยวข้องกับการวิจัยพฤติกรรมมนุษย์ในแต่ละกลุ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประกอบกับสำนักวิจัย มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตได้เคยจัดอบรมหัวข้อนี้และมีอาจารย์ในคณะเข้าอบรมเป็นบางส่วนเท่านั้น จึงเห็นตรงกันว่าถือเป็นหัวข้อที่ต้องนำมาแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเพื่อให้เกิดความรู้ที่ชัดเจนในการนำไปพัฒนาการวิจัยและงานสร้างสรรค์ทางนิเทศศาสตร์ต่อไป

สำหรับองค์ความรู้ด้านการวิจัย เรื่อง “จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ สำหรับงานวิจัยทางนิเทศศาสตร์” สรุปความรู้สำหรับป็นแนวปฏิบัติ ได้ดังนี้

  1. งานวิจัยด้านการสื่อสารที่กระทบกับเด็ก สตรี และคนชรา นักวิจัยหรือผู้ขอทุนวิจัยจำเป็นต้องคำนึงถึงเรื่องของเนื้อหาและการเลือกกลุ่มตัวอย่าง เช่น ผู้วิจัยเลือกกลุ่มตัวอย่างเป็นเด็ก หากมีการใช้เครื่องมือวิจัยทั้งการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสำรวจความคิดเห็นโดยแบบสอบถาม ต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองของเด็กก่อนทุกครั้ง
  2. การขอรับพิจารณาทุนวิจัยภายในมหาวิทยาลัย ผู้วิจัยจะต้องได้ยื่นเรื่องวิจัยกับคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมงานวิจัยก่อนจะขอยื่นทุนฯ เพื่อพิจารณาความเหมาะสมและความถูกต้อง และผู้วิจัยจะต้องได้รับการรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะกรรมการว่าการทำวิจัยเรื่องนั้นๆสามารถทำได้โดยไม่ผิดหลักจริยธรรม ไม่เป็นการคัดลอกผลงานของผู้อื่น หรือเมื่องานวิจัยนั้นๆเป็นงานประเภทสังเคราะห์ข้อมูลหรือวรรณกรรม ผู้วิจัยต้องระบุถึงแหล่งอ้างอิง ที่มา ชื่อผู้แต่ง ตลอดจนส่วนที่ผู้วิจัยสรุปขึ้นมาใหม่ ให้ตรงตามหลักและกฎเกณฑ์ของระเบียบวิธีวิจัย
  3. หากผู้วิจัยเลือกกลุ่มตัวอย่างในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ต้องขอหนังสือรับรองจากคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมด้านวิจัย
  4. การทำแบบสำรวจออนไลน์ ผู้วิจัยต้องตรวจสอบกลุ่มตัวอย่างให้ได้ว่ากลุ่มตัวอย่างที่เข้ามาตอบแบบสอบถามเป็นตัวแทนที่ดีของประชากรได้หรือไม่
  5. ผู้วิจัยต้องมีศึกษาหาความรู้และพึงระวังในเรื่องของการจดสิทธิบัตรและลิขสิทธิ์ ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร
  6. การโจรกรรมทางวิชาการ หรือ Plagiarism เป็นรูปแบบหนึ่งของความไม่สุจริตทางวิชาการ (Academic Dishonesty) ในยุโรปสมัยโบราณนักวิชาการ (Scholar) มีความรอบรู้อย่างยอดเยี่ยมถ่ายทอดความคิดเป็นหนังสือ โดยการเขียนต้นฉบับด้วยลายมือของตนเอง รวมทั้งวิเคราะห์วิจารณ์งานเขียนของนักวิชาการอื่นๆ ได้อย่างอิสระ ในสมัยนั้นยังไม่มีการพิมพ์ ไม่มีการจัดหน้าหนังสืออย่างเป็นระบบ จึงไม่มีระบบมาตรฐานของการอ้างอิง (citation) Plagiarism มักอยู่ในรูปแบบของการนำความรู้และข้อมูลของผู้อื่นมาใช้อย่างถูกต้อง คือ ต้องมีการอ้างอิงแหล่งที่มา เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ผู้สร้างองค์ความรู้ อีกทั้งยังเป็นการป้องกันตนเองหากว่าบทความที่นำมานั้นไม่ถูกต้อง และผู้นำองค์ความรู้นั้นไปใช้ ควรเขียนบรรยายองค์ความรู้นั้นด้วยลีลาและโวหารของตนเอง รวมถึงการแปลจากภาษาต่างประเทศ กฎหมายลิขสิทธิ์คุ้มครองผู้เขียนบทความดั้งเดิมไว้ ดังนั้นจึงไม่สามารถแปลประโยคต่อประโยค โดยไม่ขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อนได้ ถ้าในกรณีต้องการนำความรู้จากบทความต่างประเทศมาใช้ ต้องเรียบเรียงและนำเสนอองค์ความรู้นั้นด้วยลีลาและโวหารของตนเอง รวมทั้งอ้างอิงแหล่งที่มาขององค์ความรู้นั้นด้วย
  7. การทำผลงานทางวิชาการ คือการทำผลงานให้เกิดสิ่งใหม่ ถึงแม้คนเรามีความคิดที่คล้ายกัน แต่ภาษาที่ใช้ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ควรทำความเข้าใจและเรียบเรียงใหม่โดยใช้ภาษาของเราเอง แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าความคิดหรือคำพูดที่ใช้ จะเป็นสิ่งที่เราคิดเองหรือไม่ ให้อ้างอิงไว้ก่อน
  8. การนำภาษาอื่น คำแปล รูปภาพ แผนภูมิ ตาราง สุนทรพจน์ สำนวน มาใช้ ต้องอ้างอิงแหล่งที่มาทุกครั้ง แม้ว่าเป็นของตนเอง
  9. ผลงานที่เนื้อหาไม่เหมือนกัน แต่รูปภาพที่ปรากฏเหมือนกัน ถือว่าลอกเลียนผลงานชื่อเรื่องและเนื้อหาเดียวกัน เพียงแต่เปลี่ยนตัวเลขในกลุ่มตัวอย่าง ถือว่าลอกเลียน
  10. งานวิจัยเรื่องเดียวกัน แต่นำไปตีพิมพ์เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษในวารสารต่างกัน ต้องมีการแจ้งว่าจะมีการตีพิมพ์ในวารสารอีกฉบับ ทั้งนี้ถ้าตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษแล้วจะตีพิมพ์เป็นภาษาไทยอีก สามารถทำได้โดยขออนุญาตจากสำนักพิมพ์ก่อน พร้อมทั้งระบุให้ชัดเจนว่า งานชิ้นนี้ได้เคยตีพิมพ์แล้วเป็นภาษาอะไร ในวารสารใด

กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านการเรียนการสอน คณะนิเทศศาสตร์ ปีการศึกษา 2559 เรื่อง แนวทางการจัดการเรียนการสอนและดูแลนักศึกษาเพื่อลดปัญหาการ Drop out”

สรุปประเด็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

การแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM) ด้านการเรียนการสอน/ผลิตบัณฑิต คณะนิเทศศาสตร์ ปีการศึกษา 2559

เรื่อง แนวทางการจัดการเรียนการสอนและดูแลนักศึกษาเพื่อลดปัญหานักศึกษา Drop out

วันพุธที่ 26 เมษายน พ.ศ.2560 เวลา 09.00-12.00 น.    ณ ห้องประชุมคณะนิเทศศาสตร์ ชั้น 11 อาคารเกษมนครา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ร่มเกล้า

วิทยากร

1. อาจารย์วิญลี่ รุ่งฤดีสมบัติกิจ (หัวหน้าสาขาวิชาการประชาสัมพันธ์และรับผิดชอบงานด้านการจัดตารางสอน โครงสร้างหลักสูตร คณะนิเทศศาสตร์)

2.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล อุบลวัตร (ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ รับผิดชอบกำกับดูแลงานด้านวิชาการ โครงสร้างหลักสูตร การวัดและประเมินผล ฯลฯ)

บุคลากรผู้แบ่งปันความรู้

   ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุเทพ เดชะชีพ        ประธานกรรมการจัดการความรู้

  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิภากร กำจรเมนุกูล       รองประธานกรรมการฯ

  ดร.ณัฐพงค์ แย้มเจริญ                                        กรรมการ

   อาจารย์นฤวรรณ รักสกุล                                   กรรมการ

 อาจารย์พันเอกหญิงวโรชา สุทธิรักษ์                  กรรมการ

บุคลากรผู้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้

อาจารย์ประจำ หลักสูตรและสาขาวิชาต่างๆ  คณะนิเทศศาสตร์

ผู้บันทึกและสังเคราะห์ความรู้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิภากร กำจรเมนุกูล (รองประธานฯ)

          สรุปองค์ความรู้ที่ได้รับและนำไปใช้

จากการประชุมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างอาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ ซึ่งประกอบไปด้วยอาจารย์ที่ทำงานที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตมามากกว่า 5 ปี และอาจารย์ที่เพิ่งเข้ามาทำงานยังไม่ถึง 5 ปี พบประเด็นที่เป็นความรู้ด้าน ทางการจัดการเรียนการสอนและดูแลนักศึกษาเพื่อลดปัญหานักศึกษา Drop out ดังนี้

บทบาทของอาจารย์ที่ปรึกษาในการดูแลนักศึกษาเพื่อลดปัญหาเรื่องการ Drop Out ของนักศึกษาในคณะ มีดังนี้

  1. สิ่งที่อาจารย์ประจำและอาจารย์ที่ปรึกษาทุกคนต้องรู้และเข้าใจในการให้คำแนะนำนักศึกษา คือ โครงสร้างหลักสูตรของคณะและของนักศึกษาในที่ปรึกษา โดยเฉพาะเรื่อง version ของแต่ละวิชา การเทียบโอนรายวิชา การออกข้อสอบ การประเมินผลการเรียน การจัดทำ มคอ. ให้ถูกต้อง และเหมาะสมกับ domain ของแต่ละรายวิชา
  2. อาจารย์ที่ปรึกษาควรรับทราบสถานการณ์และแก้ปัญหาในการเรียนของนักศึกษา ตลอดจนให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ ร่วมหาทางแก้ไขปัญหาของนักศึกษา
  3. เรื่องระเบียบ ข้อบังคับ กฏของมหาวิทยาลัย และการให้บริการด้านต่างๆ ของคณะและมหาวิทยาลัย การใช้แบบฟอร์ม คำร้องต่างๆ อาจารย์ที่ปรึกษาควรแนะนำให้นักศึกษารับรู้ เข้าใจ ใช้เป็น อย่างต่อเนื่อง
  4. การให้คำปรึกษาเพื่อรักษานักศึกษาไม่ให้ลาออกกลางคันควรทำในลักษณะ ครู-ศิษย์ ภายใต้ความเมตตา ความเห็นอกเห็นใจ ให้โอกาส เนื่องจากนักศึกษาที่มีปัญหามักจะมีระดับการเรียนไม่ค่อยดีควบคู่ไปด้วย
  5. ติดตามผลการเรียนนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ช่องทางการติดต่อกับนักศึกษาหลากหลายรูปแบบ อาทิ line และ facebook ติดตามนักศึกษา
  6. ติดต่อกับนักศึกษาเพื่อสอบถามถึงปัญหาเกี่ยวกับการเรียนการสอน หาถึงสาเหตุของผลการเรียนที่ต่ำ
  7. ติดตามจากอาจารย์ผู้สอน และปรึกษาอาจารย์ผู้สอนถึงแนวทางการแก้ปัญหาเรื่องผลการเรียนต่ำ
  8. นัดพบนักศึกษาเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง สอบถามพูดคุยถึงกิจกรรมการเรียน ปัญหาในการเรียน ในการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย เพื่อหาทางแก้ปัญหาที่พบ
  9. อาจารย์ที่ปรึกษาต้องตรวจสอบผลการเรียนของนักศึกษาเป็นรายบุคคล เพื่อให้คำแนะนำในการลงทะเบียนเรียน และวางแผนการเรียนให้กับนักศึกษาที่มีผลการเรียนต่ำ และคณะฯ ร่วมกับหลักสูตร ดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนานักศึกษา เช่น การจัดอบรมหรือจัดกิจกรรมกลุ่มเพื่อพัฒนาศักยภาพทางการเรียน
  10. การให้คำปรึกษาแก่นักศึกษา ต้องเริ่มตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามา เพราะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ ที่นักศึกษาจะรู้สึกถึงการได้รับความดูแลจากอาจารย์ที่ปรึกษาและความอบอุ่นเหมือนเป็นครอบครัว จริงๆ นักศึกษาต้องรู้ว่าตลอดระยะเวลาทั้ง 4 ปีที่จะต้องศึกษาอยู่ที่นี่ ต้องลงเรียนรายวิชาอะไรบ้างในแต่ละเทอม โดยให้แผนการศึกษาของหลักสูตรให้นักศึกษาไป เพราะบางคนก็ต้องมีการวางแผนในการเรียนด้วยเช่นกัน รวมถึงส่งผลการลงทะเบียนผู้ปกครองนักศึกษาที่จะได้รับรู้ด้วยว่าแต่ละเทอมต้องเตรีมค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ และคอยติดตามนักึกษาในการเรียนอีกทางนึงด้วย หลังจากนั้นจะต้องให้นักศึกษามาพบอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นราบุคคลหรือกลุ่ม เพื่อพูดคุยถามไถ่ถึงการเรียนในแต่ละเทอม หรือแต่ละปีการศึกษา นอกจากนี้ยังต้องใส่ใจเป็นพิเศษเมื่อนักศึกษามีการเพิกถอนรายวิชา ต้องให้คำปรึกษาและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ที่ประชุมเสนอปัจจัยที่มีผลต่อการลาออกกลางคันของนักศึกษาที่อาจารย์ที่ปรึกษาทุกคนควรตระหนัก สรุปได้ดังนี้

  • ผลการเรียนต่ำ
  • การปรับตัว
  • ปัญหาด้านการเงิน
  • กู้ทุนไม่ได้
  • ตัวนักศึกษาไม่เข้าเรียน ติดเพื่อน
  • นักศึกษาขาดความตั้งใจที่จะศึกษาเล่าเรียน
  • นักศึกษาไม่ได้ทุนตามประสงค์ หรือมีภาระที่ทำให้แบกรับค่าเล่าเรียนไม่ไหว
  • การเลือกเรียนในสาขาวิชาที่ไม่ตรงกับความต้องการ
  • ปัญหาชีวิตส่วนตัว หรือปัญหาครอบครัวที่บ้าน

 

กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านการวิจัย คณะนิเทศศาสตร์ ปีการศึกษา 2559 เรื่อง “สุนทรียสนทนา:การใช้งานสร้างสรรค์ทางนิเทศศาสตร์เพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ”

สรุปประเด็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

การแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM) ด้านการวิจัยคณะนิเทศศาสตร์ ปีการศึกษา 2559  เรื่อง สุนทรียสนทนา : การใช้งานสร้างสรรค์ทางนิเทศศาสตร์ เพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ     วันอังคารที่ 25 เมษายน พ.ศ.2560 เวลา 13.00-16.30 น. ณ ห้องประชุมคณะนิเทศศาสตร์ชั้น 11 อาคารเกษมนครามหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ร่มเกล้า

วิทยากร

ผู้ช่วยศาสตราจารย์สำราญ แสงเดือนฉาย

(หัวหน้าสาขาวิชามัลติมีเดีย วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต)

บุคลากรผู้แบ่งปันความรู้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุเทพ เดชะชีพ                ประธานกรรมการจัดการความรู้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิภากร กำจรเมนุกูล         รองประธานกรรมการฯ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล อุบลวัตร          กรรมการ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเชษฐ พิมพ์เจริญ                 กรรมการ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์สิริวิมล ปัณณราช                  กรรมการ

ดร.ณัฐพงค์ แย้มเจริญ                                          กรรมการ

อาจารย์วัฒนา เจริญชัยนพกุล                อาจารย์ประจำสาขาภาพยนตร์ฯ

 บุคลากรผู้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้

อาจารย์ประจำ หลักสูตรและสาขาวิชาต่างๆ  คณะนิเทศศาสตร์

ผู้บันทึกและสังเคราะห์ความรู้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิภากร กำจรเมนุกูล (รองประธานฯ)

ผลการจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM) ด้านการวิจัย สรุปเป็นองค์ความรู้และเกิดการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ดังนี้

การประชุมแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประเด็นความรู้เรื่องการผลิตผลงานวิชาการ/งานสร้างสรรค์ทางนิเทศศาสตร์เพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ เป็นกิจกรรมเพื่อผลักดันและสนับสนุนให้อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ผลิตผลงานทางวิชาการ และงานสร้างสรรค์เพื่อใช้ขอตำแหน่งทางวิชาการเนื่องจากผลการประเมินคุณภาพในปีการศึกษา 2558 พบว่าจำนวนอาจารย์ที่มีผลงานทางวิชาการในคณะยังมีจำนวนไม่มาก ดังนั้นคณะนิเทศศาสตร์จึงได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา เพราะนอกจากจะทำให้เกิดงานวิจัย หรือผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่นๆ เพิ่มขึ้นแล้วยังเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้อาจารย์ที่ผลิตงานวิชาการที่สามารถนำไปขอตำแหน่งทางวิชาการได้อีกทางหนึ่งด้วย โดยสิ่งสำคัญที่คณะนิเทศศาสตร์ต้องการให้เกิดนอกเหนือจากบรรยากาศทางวิชาการในคณะแล้ว ยังทำให้บุคลากรในคณะได้รับรู้ เข้าใจ จนเกิดองค์ความรู้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในการทำงานวิชาการ และความรู้เกี่ยวกับการเตรียมตัว ขั้นตอนสำคัญในการขอตำแหน่งทางวิชการ ภายใต้กฏเกณฑ์ที่ถูกต้องของ สกอ.และระเบียบว่าด้วยการขอตำแหน่งทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตด้วย

สำหรับการประชุมครั้งนี้พบประเด็นที่เป็นความรู้ที่น่าสนใจ ดังนี้

การใช้งานสร้างสรรค์ทางนิเทศศาสตร์เพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ มีหลักเกณฑ์ที่ผู้จะขอตำแหน่งทางวิชาการควรคำนึงถึง ดังนี้

1.เกณฑ์คะแนนผลงานเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ โดยสามารถสอบถามเกณฑ์ได้ที่ฝ่ายวิชาการของแต่ละสถาบัน เช่น ม.รังสิต กำหนดเกณฑ์ คือ

งานวิจัย บทความทางวิชาการ รายงานวิจัย/บทความวิจัย ระดับนานาชาติ = 40 บทความวิจัย (Proceeding) ระดับนานาชาติ = 20 บทความวิจัยตีพิมพ์ในประเทศ TCI 1 = 15 บทความวิจัย (Proceeding) ระดับชาติ = 15 ตีพิมพ์วารสารนานาชาติ/เสนอในที่ประชุมนานาชาติ = 15 ตีพิมพ์วารสารวิชาการในประเทศ/เสนอในที่ประชุมในประเทศ = 5  ตำรา/หนังสือ ผลงานวิชาการในลักษณะอื่นๆ แต่ง เผยแพร่ระดับนานาชาติ = 40 เรียบเรียง เผยแพร่ระดับนานาชาติ = 30 แต่ง เผยแพร่ในประเทศ = 20 เรียบเรียง เผยแพร่ในประเทศ = 15 งานสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ = 40 งานสร้างสรรค์ระดับประเทศ = 20

  1. กรณีภาพถ่ายในฐานะผลงานวิชาการ ควรมีลักษณะดังนี้

ต้องประกอบด้วยกระบวนการทางวิชาการ เสริมสร้างองค์ความรู้ เป็นประโยชน์ในสาขาวิชา เป็นความก้าวหน้าในสาขาวิชา มีการเผยแพร่ผลงานระดับชาติ/นานาชาติ เป็นผลงานที่ได้รับการกลั่นกรองจากผู้ทรงคุณวุฒิ/ศิลปินแห่งชาติ

สำหรับกรณีของภาพถ่ายที่จัดแสดงนิทรรศการ โดยกลุ่มเครือข่ายนิเทศศาสตร์ เป็นภาพถ่ายที่มีกระบวนการสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ เป็นภาพถ่ายที่มีศักยภาพในการสร้างความรู้ใหม่ เป็นภาพถ่ายที่มีคุณค่า 6 ประการ คือ

1) มีความคิดคํานึง

2) แสดงออกทางสุนทรียะ

3) มีจิตวิญาณที่หลอมรวมอยู่ในงาน

4) มีความเป็นปัจเจกบุคคล

5) มีเอกภาพ

6) เป็นสุดยอดของทักษะ

  1. องค์ประกอบของเอกสารประกอบผลงานการสร้างสรรค์ ควรประกอบไปด้วย แรงบันดาลใจ/ที่มาของแนวคิด วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง กระบวนการสร้างสรรค์ ผลงานสร้างสรรค์ องค์ความรู้ที่ได้รับ

3.1) แรงบันดาลใจ/ที่มาของแนวคิด เกริ่นนำ /ที่มาของแรงบันดาลใจ ประเด็น/ที่ต้องการสร้างสรรค์ สรุป/ประโยชน์ที่จะเกิดตามมาจากการสร้างสรรค์ผลงาน

3.2) วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง แนวคิดเกี่ยวกับการถ่ายภาพ/ศิลปะภาพถ่าย แนวคิดเกี่ยวกับศิลปะ/องค์ประกอบทางศิลปะ แนวคิดเกี่ยวกับการสื่อความหมาย/สัญวิทยา งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

3.3) กระบวนการสร้างสรรค์ แนวคิดการสร้างสรรค์ กำ หนดแนวคิดหลัก (Main idea)/แนวคิดการสื่อสาร (Key communication) ด้านเนื้อหา (Content) ด้านรูปแบบ (Form) ศึกษาทบทวนวรรณกรรม (Review literature) กำ หนดโจทย์การสร้างสรรค์ (Creative brief) พัฒนาโจทย์การสร้างสรรค์ (แนวทางการตอบโจทย์)

3.4)  ผลงานสร้างสรรค์ เป็นการนำเสนอภาพถ่ายให้ครบตามวัตถุประสงค์

3.5) สรุป/องค์ความรู้ที่ได้รับ สรุปผลการสร้างสรรค์ องค์ความรู้ที่ได้รับ ด้านเนื้อหา ด้านการสื่อความหมาย/การสื่อสาร ประเด็นที่ศึกษา การสร้างสรรค์ การสื่อความหมายด้วยภาพ

  1. ข้อควรระวังในการจัดทำ เอกสารประกอบผลงานขอตำแหน่งวิชาการ

4.1) การสะกดคำถูก-ผิด

4.2) การอ้างอิงแหล่งข้อมูล

4.3) การใช้ศัพท์ตามราชบัณฑิต/ศัพท์ทางวิชาการ

4.4) การเขียนบรรณานุกรม

สรุปผลการจัดการความรู้ ด้านการวิจัยและงานสร้างสรรค์ ประเด็นความรู้ : การผลิตผลงานวิชาการ/งานสร้างสรรค์ทางนิเทศศาสตร์เพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ปีการศึกษา 2558

สรุปผลการจัดการความรู้ ด้านการเรียนการสอน/ผลิตบัณฑิต ประเด็นความรู้เรื่อง: แนวปฏิบัติเพื่อลดปัญหานักศึกษา Drop Out (ลาออกกลางคัน) คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ปีการศึกษา 2558

กรอบความรู้Km57 ด้านวิจัย

กรอบความรู้ KM57 ด้านการเรียนการสอน

ประชุมแบ่งปันและแลกเปลี่ยนความรู้ 2557 ด้านการเรียนการสอน

2-3

คณะนิเทศศาสตร์ ม.เกษมบัณฑิต จัดการประชุมแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านการเรียนการสอน/ผลิตบัณฑิต ประจำปีการศึกษา 2557 จำนวน 5 ครั้ง ในวันที่ 12,20,26 มีนาคม และวันที่ 2,9 เมษายน 2558 โดยในวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2558 ได้รับเกียรติจาก  รศ.ดร.ธิติพัฒน์ เอี่ยมนิรันดร์ ผู้ช่วยอธิการบดี และอาจารย์ประจำสาขานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  มาร่วมแบ่งปันความรู้ กับบุคลากรของคณะนิเทศศาสตร์ ในหัวข้อ การแก้ปัญหาด้านการเรียนการสอนด้วยการทำวิจัยในชั้นเรียน ซึ่งทำให้ได้กรอบความรู้ด้านการเรียนการสอน/ผลิตบัณฑิตที่เป็นประโยชน์อย่างมาก

2-4

2-1 2-2

ประชุมแบ่งปันและแลกเปลี่ยนความรู้ 2557 ด้านการวิจัย

1-1

 

คณะนิเทศศาสตร์ ม.เกษมบัณฑิต จัดการประชุมแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านการวิจัย ประจำปีการศึกษา 2557 จำนวน 5 ครั้ง ในวันที่ 12,19,26 มีนาคม และวันที่ 2,9 เมษายน 2558 โดยในวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2558 ได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.กฤษณ์ ทองเลิศ รองคณบดีฝ่ายบริหารและผู้อำนวยการหลักสูตรนิเทศศาสตรดุษฎีบัณฑิต คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตมาร่วมแบ่งปันความรู้ กับบุคลากรของคณะนิเทศศาสตร์ ในหัวข้อ การเขียนโครงร่างงานวิจัยและการผลิตงานสร้างสรรค์ทางนิเทศศาสตร์ ซึ่ง    ทำให้ได้กรอบความรู้ด้านการวิจัยที่เป็นประโยชน์อย่างมาก